สุขภาพดีสร้างได้ แค่เริ่มดื่ม ‘น้ำ’

ที่มา : เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ 

สุขภาพดีสร้างได้ แค่เริ่มดื่ม ‘น้ำ’ thaihealth
แฟ้มภาพ

เพราะ“น้ำ” เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย โดยเฉพาะในวัยเด็ก น้ำมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ระบบในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นการสร้างวินัยที่ดีเรื่องการดื่มน้ำ จึงเป็นหนึ่งในการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับเด็กๆ

ผศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลกล่าวว่า ร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 2 ใน 3 หรือ 80% ของน้ำหนักตัว โดยเฉพาะในเด็กทารกแรกเกิด แต่เมื่อโตขึ้นร่างกายจะมีสัดส่วนของน้ำในร่างกายลดลง โดยเป็นส่วนประกอบของเลือดหรือน้ำเหลืองในหลอดเลือด ส่วนที่เหลือก็จะกระจายไปตามเนื้อเยื่อและเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งน้ำมีประโยชน์ในการส่งเสริมการทำงานของกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย

 “ยกตัวอย่างระบบการเผาผลาญอาหารและการทำงานของร่างกาย ซึ่งขึ้นอยู่กับน้ำ ถ้าร่างกายขาดน้ำก็จะทำให้การเผาผลาญในร่างกายหรือการทำงานของระบบหรืออวัยวะต่างๆ ในร่างกายบกพร่องไป เช่นเดียวกับระบบการย่อยอาหาร ซึ่งน้ำจะเข้าไปคลุกเคล้ากับอาหารที่รับประทานเข้าไปเพื่อช่วยให้การย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ส่วนระบบการขับถ่ายของเสีย น้ำมีส่วนสำคัญในการขับของเสียทั้งในรูปของเหงื่อและปัสสาวะ โดยเลือดจะเข้าไปฟอกของเสียที่ไต และจะขับถ่ายออกมาเป็นปัสสาวะ รวมถึงลำไส้ใหญ่ หากดื่มน้ำน้อยอาจจะทำให้ท้องผูกได้”

ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง คุณพ่อคุณแม่จึงควรสร้างวินัยที่ดีให้กับลูกตั้งแต่ยังเป็นเด็กด้วยการดื่มน้ำสะอาดให้ครบตามความต้องการในแต่ละวันเพื่อคืนความสดชื่นให้กับร่างกายจากการสูญเสียน้ำจากการที่เด็กทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน วิธีง่ายๆ คือการส่งเสริมให้ลูกน้อยดื่มน้ำ 8 ช่วงเวลา เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำต่อวันเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

“เริ่มต้นแก้วแรกของวัน ด้วยการดื่มน้ำ 1 แก้วหลังตื่นนอนเพื่อคืนความสดชื่นพร้อมรับวันใหม่ ถัดมาคือหลังอาหาร 3 มื้อ เพื่อช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบย่อยอาหารในระหว่างวัน เด็กๆ ควรเติมความสดชื่นระหว่างช่วงพักเรียนและเมื่อทำกิจกรรมต่างๆ ก็อย่าลืมคืนความสดชื่นหลังเสียเหงื่อ จากนั้นเติมน้ำให้สมอง ดื่มน้ำอีกแก้วในช่วงทำการบ้านทบทวนบทเรียน ส่งท้ายวันด้วยการดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนเข้านอนและหลับฝันดี”

ทั้งนี้ ปริมาณการดื่มน้ำต่อวันต้องพิจารณาถึงอาหารในรูปของเหลวอื่น เช่น นม น้ำแกง น้ำซุป เป็นต้น และต้องพิจารณาถึงความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากกิจกรรมที่ลูกทำระหว่างวันด้วย

Advertisements